เคลือบแก้วรถยนต์ 3 ระบบให้เลือก
ระบบทาและระบบพ่น พร้อมระยะรับประกันตั้งแต่ 1–5 ปี เลือกตามสภาพสีและรูปแบบการดูแลรถ
ต้นกำเนิดของเคลือบแก้ว
เคลือบแก้วเริ่มจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลรถคลาสสิกในญี่ปุ่น เพื่อรักษาความใสและสภาพผิวสีของรถที่เก็บระยะยาว ก่อนถูกนำมาปรับใช้กับรถที่ขับในชีวิตประจำวันและต้องเจออุณหภูมิ สภาพอากาศ และสิ่งสกปรกที่หลากหลายกว่า
ผลิตภัณฑ์ยุคใหม่จึงต้องหาสมดุลระหว่างความแข็ง ความโปร่งใส และความยืดหยุ่น เพื่อสร้างชั้นเคลือบที่ยึดเกาะผิวสีโดยไม่บดบังเฉดเดิมของรถ
เคลือบแก้วมีกี่ประเภท
กระบวนการหลักแบ่งเป็น 2 ประเภท คือระบบทาและระบบพ่น แต่ละแบบใช้น้ำยาที่พัฒนามาสำหรับวิธีลงเคลือบของตัวเอง ไม่ควรนำน้ำยาระบบทาไปใส่กาพ่นแทนกัน
ระบบทา
ช่างกระจายน้ำยาให้ทั่วผิวที่เตรียมไว้ เหมาะกับ GlassX และ theGLASS ซึ่งมีสูตรและระยะการดูแลต่างกัน
ระบบพ่น
พ่นละอองสารเคลือบที่ออกแบบสำหรับการพ่นโดยเฉพาะ QuartzFX ใช้วิธีนี้เพื่อกระจายชั้นเคลือบโดยไม่ใช้ผ้าเช็ดตาม
สามระบบ อายุการใช้งานต่างกัน
เคลือบทั้งคันใช้เวลา 6–8 ชั่วโมง
ตอบทุกข้อสงสัยก่อนตัดสินใจ
เคลือบแก้วมีกี่ระบบ+
มี 3 ระบบ คือ GlassX ระบบทารับประกัน 1 ปี, theGLASS ระบบทารับประกัน 3 ปี และ QuartzFX ระบบพ่นที่มีแพ็กเกจรับประกัน 3 หรือ 5 ปี
เคลือบแก้วทั้งคันใช้เวลานานแค่ไหน+
ใช้เวลา 6–8 ชั่วโมง
เคลือบแก้วราคาเท่าไหร่+
ราคาขึ้นอยู่กับรุ่นรถ สภาพผิวสี และระบบที่เลือก กรุณาทัก LINE หรือโทรสอบถามทีมงานเพื่อรับราคาที่เหมาะกับรถของคุณ
ระบบไหนอยู่ได้นานกว่ากัน+
QuartzFX มีแพ็กเกจรับประกัน 3 และ 5 ปี, theGLASS รับประกัน 3 ปี และ GlassX รับประกัน 1 ปี
เคลือบแก้วต่างจากฟิล์มแร็ปสีรถอย่างไร+
เคลือบแก้วสร้างชั้นเคลือบใสบนสีเดิม เพื่อช่วยรักษาคุณภาพและมิติของสีจากโรงงานให้คงสภาพใกล้เคียงวันแรกที่ออกรถ ส่วนฟิล์มปกป้องสีหรือฟิล์มแร็ปเป็นแผ่นวัสดุที่คลุมบนผิวสี เหมาะกับผู้ที่ต้องการการป้องกันเชิงกายภาพหรือเปลี่ยนลักษณะภายนอก แต่ละวิธีมีจุดประสงค์และการดูแลต่างกัน ควรเลือกตามการใช้งานของรถ
